นโยบายพลังงานสะอาด มีผลต่อความต้องการใช้น้ำมัน และการลงทุนน้ำมันอย่างไร

Hanwei Energy  > Business >  นโยบายพลังงานสะอาด มีผลต่อความต้องการใช้น้ำมัน และการลงทุนน้ำมันอย่างไร
0 Comments

พลังงานสะอาด (Clean Energy) หมายถึงพลังงานที่มีการผลิต ใช้ และจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด ได้แก่ พลังงานทดแทน (Renewable Energy) เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล และพลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานที่มีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) เช่น การปรับปรุงอุปกรณ์ อาคาร ยานพาหนะ และกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานน้อยลง นโยบายพลังงานสะอาดจึงเป็นนโยบายที่หลายประเทศในโลก รวมถึงประเทศไทย นำมาใช้เพื่อเป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ แต่นโยบายพลังงานสะอาด จะมีผลต่อความต้องการใช้น้ำมันและการลงทุนน้ำมันอย่างไรบ้างต้องลองไปดูกัน

พลังงานสะอาดกับผลต่อความต้องการใช้และการลงทุนน้ำมัน

นโยบายพลังงานสะอาดเป็นนโยบายที่มีผลลดความต้องการใช้น้ำมันในระยะยาว ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อการลงทุนน้ำมันไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานจากน้ำมันเป็นพลังงานทดแทน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย มีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าจาก 15% ในปี 2020 เป็น 30% ในปี 2036 ซึ่งจะลดการใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้าลง นอกจากนี้ ยังมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles) และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicles) ที่ใช้พลังงานน้อยกว่ารถยนต์แบบเดิมที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งจะลดการใช้น้ำมันในภาคขนส่งลง

อย่างไรก็ตาม ผลของการลดความต้องการใช้น้ำมัน อาจไม่เห็นได้ชัดเจนในระยะสั้น หรืออาจมีผลเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันในบางกรณี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงาน และการปรับปรุงอุปกรณ์ อาคาร ยานพาหนะ และกระบวนการผลิต อาจต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนหนึ่งในการผลิต ขนส่ง และติดตั้ง นอกจากนี้ การลดราคาน้ำมันที่เกิดจากการลดความต้องการใช้น้ำมันในระดับโลก อาจทำให้ผู้บริโภคมีแรงจูงใจในการใช้และลงทุนในน้ำมันมากขึ้นได้เช่นกัน

การลงทุนน้ำมัน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการลงทุนน้ำมันในประเทศ

เมื่อเกิดการลดความต้องการใช้น้ำมัน อย่างเช่น การผลักดันให้เกิดการปฏิบัติตามนโยบายลดการนำเข้าน้ำมันดิบ (Crude Oil) และผลิตภัณฑ์น้ำมัน (Oil Products) โดยเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบในประเทศ และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biofuel) ซึ่งจะลดการลงทุนในการนำเข้าน้ำมัน และการสร้างโรงกลั่นน้ำมันใหม่ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนในภาคพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และชีวมวล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกแหล่งพลังงาน และลดการพึ่งพาน้ำมัน 

ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ การลงทุนน้ำมันในประเทศอาจไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในบางกรณีเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานอาจต้องใช้เวลานาน และมีความซับซ้อน การลงทุนน้ำมันในประเทศ จะยังมีผลต่อการส่งออกสินค้าและบริการของไทย โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ปิโตรเคมี ยาง และพลาสติก ซึ่งการลดการลงทุนในน้ำมันอาจทำให้ภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ขาดแคลนวัตถุดิบ หรือเสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่นที่มีการลงทุนมากกว่า

การลงทุนน้ำมันในต่างประเทศกับผลจากนโยบาย

การใช้นโยบายพลังงานสะอาดในประเทศที่มีนโยบายนี้ จะก่อให้เกิดการลดการนำเข้าน้ำมัน และการลงทุนในโครงการน้ำมันในประเทศอื่น เช่น ในอเมริกาที่มีนโยบายเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ซึ่งจะลดการนำเข้าน้ำมันจากประเทศตะวันออกกลาง และการลงทุนในโครงการน้ำมันในแคนาดา นอกจากนี้ ยังมีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเข้าร่วมข้อตกลงซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเคร่งครัดในการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการเสียภาษีคาร์บอน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตน้ำมัน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การลงทุนน้ำมันในต่างประเทศจะมีแนวโน้มที่ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับภายในบ้านเรา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานต้องใช้เวลานาน และเหตุผลเช่นเดียวกันกับที่เสนอไปก่อนหน้านี้ และการลงทุนในน้ำมันในต่างประเทศ ยังมีผลต่อความสมดุลการค้าของประเทศที่มีนโยบายพลังงานสะอาด ดังนั้นในการตัดสินใจของบรรดาผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาการลงทุนน้ำมันในต่างประเทศ จะต้องมีการพิจารณาความสมดุลระหว่างการลดการอาศัยพลังงานจากน้ำมัน และการรักษาความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันให้ดี การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จึงจะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

ทั้งหมดนี้แสดงให้เราเห็นว่า การกำหนดใช้นโยบายพลังงานสะอาดจะต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างการลดการใช้น้ำมันไปพร้อม ๆ กับการรักษาความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว เพราะทุกการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ล้วนมีผลต่อการลงทุนน้ำมันแทบทั้งสิ้น